การจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพนั้น สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ครูผู้สอนต้องเข้าใจคือ "ธรรมชาติของรายวิชา" แต่ละวิชามีจุดเน้นที่แตกต่างกัน การนำวิธีสอนแบบเดียวไปใช้กับทุกวิชาจึงอาจไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เราสามารถแบ่งธรรมชาติของรายวิชาออกเป็น 4 กลุ่มหลัก โดยใช้แกนแบ่งระหว่าง "เนื้อหา" กับ "ทักษะ" ในแนวตั้ง และความซับซ้อนของกระบวนการในแนวนอน
กลุ่มนี้เน้น "หลักการ + ฝึกตามแบบ + สร้างสรรค์" เหมาะกับวิชาที่มีองค์ความรู้ชัดเจนเป็นแกนหลัก กระบวนการเรียนรู้เริ่มจากการระดมข้อมูลที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง จัดกลุ่มข้อมูลตามประเภท สาธิตขั้นตอนหรือหลักการ ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติตาม จากนั้นจึงต่อยอดสู่การสร้างสรรค์ผลงานใหม่ และปิดท้ายด้วยการประเมินตนเองพร้อมนำเสนอ
กลุ่มนี้เน้น "กระบวนการ + อภิปราย + ประยุกต์ใช้" เหมาะกับวิชาที่ต้องอาศัยทั้งความรู้และกระบวนการคิด เริ่มจากการระดมความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่จะเรียนรู้ สาธิตหรือดูสื่อบันทึกขั้นตอนกระบวนการ วางแผนการสังเกตหรือทดลอง ลงมือปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงผลงาน แล้วสรุปความรู้ใหม่เพื่อนำไปใช้ในชีวิต
กลุ่มนี้เน้น "วิเคราะห์ + วิพากษ์ + วิจารณ์ + วางแผน + ประยุกต์ใช้" เป็นกลุ่มที่มีกระบวนการละเอียดที่สุดถึง 7 ขั้นตอน เริ่มจากระดมข้อมูลความคิด สรุปและจัดกลุ่มเปรียบเทียบ เรียงลำดับเหตุการณ์ วางแผนการนำไปใช้ในชีวิตจริง ลงมือปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน ประเมินตนเองพร้อมนำเสนอ และสรุปความรู้ใหม่เพื่อนำไปใช้ในชีวิต กลุ่มนี้เหมาะกับเนื้อหาที่ต้องเชื่อมโยงกับการตัดสินใจและการดำเนินชีวิตจริงของผู้เรียน
กลุ่มนี้เน้น "ฝึกตามแบบ + ฝึก + สร้างสรรค์" เหมาะกับวิชาที่ต้องอาศัยการฝึกฝนซ้ำๆ จนเกิดความชำนาญ เริ่มจากระดมข้อมูลและสังเกต ดูการสาธิตหรือสื่อวีดิทัศน์ ฝึกปฏิบัติตามแบบทีละขั้น ฝึกประเมินและปรับปรุงด้วยตนเอง ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ประเมินตนเองพร้อมนำเสนอ และสรุปความรู้ใหม่
กรอบคิดนี้ชี้ให้เห็นว่าการออกแบบการเรียนการสอนที่ดีต้องเริ่มจากการ "วิเคราะห์ธรรมชาติของวิชา" ก่อนเป็นอันดับแรก ว่าวิชานั้นเน้นเนื้อหา เน้นทักษะ หรือเน้นทั้งสองด้านผสมกัน เพื่อให้ครูสามารถออกแบบกิจกรรมและขั้นตอนการสอนที่สอดคล้องกับธรรมชาติของแต่ละรายวิชาได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น